Follow us on
       
 
 
แนวทางการขอรับการตรวจลงตรา (วีซ่า) สำหรับคนไทยที่ต้องการมาทำงานในสหรัฐฯ
 

แนวทางการขอรับการตรวจลงตรา (วีซ่า) สำหรับคนไทยที่ต้องการมาทำงานในสหรัฐฯ

             เมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๑ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ได้จัดการประชุมระดมสมองร่วมกับหอการค้าไทยอเมริกันแห่งแคลิฟอร์เนีย ทนายความที่ปรึกษาหอการค้าฯ องค์กร Asian American Advancing Justice (AAAJ)[๑] และเจ้าของร้านอาหารไทยในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อศึกษาแนวทางการตรวจลงตราและแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานของร้านอาหารไทย โดยเฉพาะอาชีพพ่อครัวแม่ครัว สรุปได้ดังนี้

 ๑. แรงงานทั่วไป (รวมถึงพ่อครัวแม่ครัว)

     ๑.๑ EB-3 (Permanent Workers – Skilled Workers, Professionals, and Unskilled Workers) : เป็นการตรวจลงตราสำหรับลูกจ้าง (โดยมีนายจ้างเป็นผู้ยื่นขอให้) เพื่อเข้ามาทำงานในสหรัฐฯ (employment-based immigrant visa) และสามารถขอมีถิ่นพำนักถาวร (permanent resident) หรือขอใบเขียวในสหรัฐฯ ได้ กล่าวคือ

  • นายจ้างจะต้องเป็นผู้สนับสนุน (sponsor) และยื่นหลักฐานทางบัญชีแสดงผลประกอบการของร้านที่มีกำไรสุทธิมากพอจะจ่ายเงินเดือนตลอดทั้งปีให้แก่ลูกจ้าง (ยกตัวอย่างเช่น หากพ่อครัวแม่ครัวได้ค่าจ้างเดือนละ ๒,๕๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ ร้านอาหารจะต้องมีกำไรสุทธิไม่ต่ำกว่าปีละ ๓๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ จึงจะสามารถสมัครขอรับการตรวจลงตรา EB-3 ให้พ่อครัวแม่ครัวจากประเทศไทยได้ ๑ คน พร้อมผู้ติดตาม) 
  • ลูกจ้างอาจเป็นผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพ (จบการศึกษาขั้นต่ำระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่า) แรงงานฝีมือ (มีประสบการณ์ทำงานอย่างน้อย ๒ ปี) หรือแรงงานไร้ฝีมือที่ไม่สามารถหาได้ในสหรัฐฯ (ต้องเป็นลูกจ้างประจำ) ก็ได้

 ๒. ผู้เชี่ยวชาญ

      ๒.๑ E-1 (Treaty Traders) : เป็นการตรวจลงตราสำหรับนายจ้างและลูกจ้าง ภายใต้สนธิสัญญาทางไมตรีและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสหรัฐฯ พ.ศ. ๒๕๑๑ (Treaty of Amity and Economic Relations between the Kingdom of Thailand and the U.S.A, ๑๙๖๘) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนทวิภาคี กล่าวคือ

  • นายจ้างต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยที่จะค้าขายสินค้าและบริการระหว่างประเทศในสหรัฐฯ ในปริมาณมาก (substantial trade / principal trade)
  • ลูกจ้างจะต้องมีสัญชาติเดียวกับนายจ้าง (สัญชาติไทย) และต้องอยู่ในตำแหน่งผู้จัดการ/ผู้บริหาร หรือในตำแหน่งอื่นที่มีคุณสมบัติ (ทักษะและความเชี่ยวชาญ) พิเศษ 

      ๒.๒ E-2 (Treaty Investors) : มีที่มาเช่นเดียวกับข้อ ๒.๑

  • นายจ้างต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยที่จะนำเงินมาลงทุนในสหรัฐฯ เป็นจำนวนมาก (substantial amount of capital) และมีกรรมสิทธิ์ในธุรกิจไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐
  • ลูกจ้างจะต้องมีสัญชาติเดียวกับนายจ้าง (สัญชาติไทย) และต้องอยู่ในตำแหน่งผู้จัดการ/ผู้บริหาร หรือในตำแหน่งอื่นที่มีคุณสมบัติพิเศษ 

      ๒.๓ H-1B (Specialty Occupations) : เป็นการตรวจลงตราสำหรับลูกจ้าง ซึ่งจะออกให้แก่แรงงานที่มีทักษะพิเศษโดยเฉพาะในสาขาที่สหรัฐฯ ขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญ (high skilled labor) ที่มาทำงานเฉพาะทางในสาขาอาชีพที่รัฐบาลสหรัฐฯ ส่งเสริม อาทิ วิทยาศาสตร์ แพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ สาธารณสุขศาสตร์ ชีวเทคโนโลยี การศึกษา และธุรกิจพิเศษ เป็นต้น โดยมีโควต้าประมาณ ๖๕,๐๐๐ – ๘๕,๐๐๐ คน ต่อปี

  • ลูกจ้างจะต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า ในสาขาเฉพาะด้าน

      เจ้าของกิจการร้านอาหารไทย ผู้ประกอบการ และผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับระเบียบกฎเกณฑ์การขอรับการตรวจลงตราสำหรับคนไทยที่ต้องการไปทำงานในสหรัฐฯ ได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและความเป็นพลเมืองสหรัฐฯ (U.S. Citizenship and Immigration Services – USCIS)  https://www.uscis.gov/working-united-states/working-us และติดต่อปรึกษาหอการค้าไทยอเมริกันแห่งแคลิฟอร์เนียได้ที่เว็บไซต์  http://www.thaiconsulatela.org/ หมายเลขโทร ๘๑๘.๒๔๖.๒๗๙๕ หรือ ๘๑๘.๔๖๘.๓๕๘๕

 

*   *   *   *   *

 


[๑] AAAJ เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียในสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมความยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.advancingjustice-aajc.org/

 
 
 
Royal Thai Consulate General , Los Angeles. All rights reserved. Tel : 323.962.9574 - 77