ขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศไทยช่วงการแพร่ระบาดของ Covid-19

 

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส และ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก ได้รับอนุมัติให้จัดทำโควตาส่งคนไทยกลับจากสหรัฐฯ โดยเที่ยวบินที่ได้รับอนุญาตให้ทำการบินรับส่งบุคคลกลับไทย (repatriation flight) ตามข้อยกเว้นของ กพท.

 

1. บุคคลไทยที่ได้รับอนุญาตสามารถเดินทางเข้าราชอาณาจักร

1. บุคคลสัญชาติไทย  (ไม่ใช่บุคคลสัญชาติไทย คลิกที่นี่)
2. ถือหนังสือเดินทางไทย หรือ หนังสือประจำตัว (CI)
3. จัดซื้อตั๋วเครื่องบิน ตามช่องทางและเงื่อนไขที่จัดหาไว้
4. จัดหาใบรับรองแพทย์ (Fit-to-Fly health certificate)
5. เข้ารับการกักกัน 14 วัน ในที่ที่รัฐกำหนดหรือที่กักตัวทางเลือก

 

2. กำหนดเที่ยวบินกลับไทยให้เลือก 2 ทางเลือก

1. กลับโดยเที่ยวบินที่ได้รับอนุญาตให้ทำการบินรับส่งบุคคลกลับไทย (Repatriation Flight)
2. กลับโดยเที่ยวบินกึ่งพาณิชย์กลับไทย (Semi-Commercial Flight) 

 

สรุปขั้นตอนการปฏิบัติสำหรับผู้ประสงค์เดินทางกลับประเทศไทย

 

ขั้นตอนที่ 1 – ลงทะเบียนกลับไทยที่ https://coethailand.mfa.go.th พร้อมแนบไฟล์หนังสือเดินทางไทยที่ยังมีอายุการใช้งาน หรือหนังสือสำคัญประจำตัว (C.I.) 
                     • ผู้ลงทะเบียนในสหรัฐฯ เลือกสำนักงานที่ออกหนังสือรับรอง (COE) ตามมลรัฐที่อยู่อาศัย (ตรวจสอบได้ที่นี่)
                     • ผู้ลงทะเบียนสำเร็จจะได้รับหมายเลข 6 หลัก เพื่อใช้ตรวจสอบสถานะในระบบต่อไป
                     • เจ้าหน้าที่ใช้เวลา 3 วันทำการ ในการอนุมัติการลงทะเบียน

ขั้นตอนที่ 2 – จัดหาตั๋วเครื่องบิน Repatriation Flight หรือ Semi-Commercial Flight ตามช่องทางและเงื่อนไขที่กำหนด

————————————–

รายละเอียดเที่ยวบิน Repatriation Flight คลิกที่นี่

————————————–

รายละเอียด Semi-Commercial Flight คลิกที่นี่

————————————–

ขั้นตอนที่ 3 – ขอรับหนังสือรับรอง (COE) โดยยืนยันข้อมูลการเดินทางของท่านที่ https://coethailand.mfa.go.th พร้อมแนบไฟล์ตั๋วเครื่องบิน และ/หรือใบยืนยันการจองโรงแรมกักตัวทางเลือก (ASQ) 
                     • ผู้ลงทะเบียนจะต้องยืนยันการเดินทางภายใน 15 วัน ภายหลังจากได้รับอนุมัติการลงทะเบียน (ขั้นตอนที่ 1) มิฉะนั้นจะต้องทำการลงทะเบียนใหม่ตั้งแต่ขั้นตอนที่ 1
                     • เจ้าหน้าที่ใช้เวลา 3 วันทำการ ในการอนุมัติออกหนังสือรับรอง (COE)
                     • ท่านสามารถเลือกเมนู “ตรวจสอบผล” ในระบบข้างต้น เพื่อดาวน์โหลดหนังสือรับรองการเดินทาง (COE) ทั้งนี้ ท่านจะต้องพิมพ์และถือติดตัวในวันเดินทางสำหรับการ check-in ขึ้นเครื่องบินที่สหรัฐฯ และการตรวจคนเข้าเมืองที่ประเทศไทย

ขั้นตอนที่ 4 – จัดหาใบรับรองแพทย์ Fit-to-Fly       
                    • จัดหาใบรับรองแพทย์ Fit-to-Fly ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางออกจากสหรัฐฯ (หรือประมาณ 2 วันก่อนวันเดินทาง) โดยศึกษาสถานที่ตรวจและตัวอย่างได้ที่ https://thaiembdc.org/fittofly/
                    • อาจต้องจัดหาผลตรวจ Covid-19 ตามแต่สายการบินหรือประเทศที่เดินทางผ่านกำหนด (กรุณาตรวจสอบกับสายการบินที่ท่านเดินทาง)

ขั้นตอนที่ 5 – เอกสารที่ต้องเตรียมในวันเดินทาง
                    • เมื่อถึงวันเดินทางให้นำ 1) หนังสือเดินทาง หรือ CI  2) หนังสือรับรองการเดินทาง (COE)  3) Fit-to-Fly พร้อมสัมภาระไปเช็คอิน เพื่อออกเดินทางตามปกติ 4) ผลตรวจ Covid-19 ตามแต่สายการบินหรือประเทศที่เดินทางผ่านกำหนด
                    • ให้นำ hard-copy ของเอกสารทุกฉบับติดตัวไปด้วย

ขั้นตอนที่ 6 – กรอกแบบฟอร์ม ต.8    
                     • ท่านสามารถดาวน์โหลดล่วงหน้าได้ที่ thaiembdc.org/wp-content/uploads/2020/03/T8_form.pdf หรือลงทะเบียนผ่านระบบ phone application ของท่าอากาศยานไทย https://aot-app.kdlab.ai/ หลังจากเช็คอินเรียบร้อยแล้ว

 * * * * *

รายละเอียดการเดินทางและคำถามที่พบบ่อย

ลงทะเบียนกลับไทย

ทำไมต้องลงทะเบียนกลับไทย
  • เนื่องจากผู้ที่จะเดินทางเข้าไทย ในภาวะการแพร่ระบาดของ Covid-19 ทั้งบุคคลสัญชาติไทยและต่างชาติจะต้องมีหนังสือรับรอง (COE) ทุกกรณี

ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ต้องรออีเมลยืนยันหรือต้องรอโควตาหรือไม่

  • เมื่อท่านลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ท่านสามารถซื้อตั๋วเครื่องบินได้ทันที ตามช่องทางที่กำหนดสำหรับ Repatriation flight หรือตามช่องทางทั่วไปสำหรับ Semi-commercial flight 
    เมื่อได้ตั๋วเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว ท่านจึงมาลงทะเบียนเพื่อขอหนังสือรับรอง (Certificate of Entry – CoE) ต่อไป

หากเดินทางพร้อมลูก ต้องลงทะเบียนให้ลูก (อายุ 1 ปี) ด้วยหรือไม่ 

  • ผู้ที่เดินทางทุกคนต้องลงทะเบียน เนื่องจากใช้หนังสือเดินทางและเป็นการเดินทางส่วนบุคคล โดยหากมีบุตร ต้องลงทะเบียนให้บุตรด้วย โดยอาจพิจารณาใช้อีเมลของพ่อ/แม่

 

ติดต่อซื้อบัตรโดยสารเครื่องบินและเงื่อนไขการซื้อบัตรโดยสารเครื่องบิน
 
หลังจากที่สถานเอกอัครราชทูตฯ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส และ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก ได้รับทราบจำนวนโควตาและวันเดินทางแล้ว เจ้าหน้าที่จะดำเนินการ จัดหาสายการบินและเส้นทางการบินที่มีความเป็นไปได้ในการดำเนินการบินในช่วงวันเดินทางที่รัฐบาลกำหนด โดยสายการบินจะเป็นผู้กำหนดอัตราค่าบัตรโดยสารเที่ยวเดียว (one way ticket) โดยที่อัตราค่าบัตรโดยสารขึ้นอยู่กับเส้นทางที่ใช้ในการเดินทางจากสหรัฐฯ ไปยังประเทศไทย  สำหรับผู้ที่ถือบัตรโดยสารสายการบินที่ตรงกับ repatriation flight จะสามารถเปลี่ยนวันเวลาเดินทางให้สอดคล้องกับโควต้าที่ได้รับมอบหมายได้

สถานเอกอัครราชทูตฯ สถานกงสุลใหญ่ฯ จะไม่รับผิดชอบในการซื้อ/เปลี่ยนตั๋วเครื่องบินในทุกกรณี

ข้อมูลการซื้อ/เปลี่ยนตั๋วเครื่องบิน 

  • ท่านที่ประสงค์จะเดินทางโดย Repatriation Flight สามารถติดต่อซื้อตั๋ว/เปลี่ยนตั๋วได้ตามช่องทางและเงื่อนไขที่ระบุไว้ที่นี่ (คลิก)

หากมีบัตรโดยสารเครื่องบินอยู่แล้ว สามารถเปลี่ยนตั๋วได้หรือไม่

  • กรณีมีบัตรโดยสารเครื่องบินที่ตรงกับ Repatriation flight อยู่แล้ว โปรดติดต่อสายการบินโดยตรง เพื่อตรวจเช็คว่าเปลี่ยนได้หรือไม่

สามารถเลือกซื้อตั๋ว ไป-กลับหรือตั๋วเที่ยวเดียว กับสายการบิน repatriation flight ได้หรือไม่

  • เที่ยวบิน repatriation flight จะจัดตั๋วให้ในรูปแบบตั๋วขาเดียว (one way ticket)

การติดต่อเอเย่นต์

  • โปรดติดต่อเอเย่นต์ที่สายการบินมอบหมายในช่องทางติดต่อที่สายการบินกำหนดแจ้งไว้เท่านั้น ท่านไม่สามารถจองผ่านช่องทางอื่นได้เนื่องจากเที่ยวบินเข้าไทยเป็นเที่ยวบินพิเศษที่ส่งคนไทยกลับเข้าประเทศ (repatriation flight) ที่มีการควบคุมจำนวน ผู้เดินทางเข้าประเทศไทยในแต่ละวัน

เอเย่นต์ติดต่อกลับล่าช้า/ไม่สามารถติดต่อ 

  • เหตุของการติดต่อเอเย่นต์ไม่ได้ มาจากหลายสาเหตุ เช่น เจ้าหน้าที่เอเย่นต์ได้รับการติดต่อจำนวนมากทั้งอีเมลและโทรศัพท์ จึงทำให้เจ้าหน้าที่ประสานได้ล่าช้าลง โดยเฉพาะวันที่เปิดโควตาใหม่แต่ละเดือน / ข้อมูลตัวสะกดชื่อนามสกุลในระบบไม่ตรงกับชื่อนามสกุลจริง / มีการเปลี่ยนบัตรโดยสารเดิมทำให้เพิ่มขั้นตอนในการจัดซื้อบัตรโดยสาร / บัตรเครดิตไม่สามารถหักเงินได้

ตั่วเครื่องบินเดือนนี้หมดแล้ว เดือนหน้ามี Repatriation Flight หรือไม่

  • สถานทูต/สถานกงสุลใหญ่ จะประกาศตารางเที่ยวบิน Repatriation Flight เดือนต่อเดือน หากเที่ยวบินที่ท่านประสงค์เดินทางเต็ม ท่านสามารถเลือกเดินทางด้วยเที่ยวบินอื่น หรือรอโควตาให้เดือนถัดไป ขอให้ติดตามข่าวสารจากเว็บไซต์สถานทูต/สถานกงสุลทั้งสามแห่ง เป็นระยะๆ

ในเดือนต่อ ๆ ไป จะต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ขอหนังสือรับรองเหมือนเดิมหรือไม่

  • มาตราการ/ข้อกำหนดการเดินทางเข้าไทยสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ขอให้ติดตามข่าวสารจากเว็บไซต์สถานทูต/สถานกงสุลทั้งสามแห่งเป็นระยะๆ

 

ใบรับรองการเดินทางและใบยินยอมกักตัว
 

เมื่อท่านได้ตั๋วเครื่องบินแล้ว ให้ท่านยื่นขอใบรับรองการเดินทาง ได้ที่ https://coethailand.mfa.go.th

โดยการกรอกข้อมูลของท่านและแจ้งยินยอมการกักตัว พร้อมอัพโหลดไฟล์ตั๋วเครื่องบิน ทั้งนี้ผู้ประสงค์จะเลือกกักตัวในสถานที่ควบคุมโรคของรัฐทางเลือก (Alternative State Quarantine: ASQ) หรือผู้ที่เดินทางกลับไทยโดยเที่ยวบิน Semi-Commercial Flight ต้องอัพโหลดหลักฐานการสำรองที่พัก ASQ ด้วย

เมื่อท่านได้รับหนังสือรับรอง (COE) แล้ว โปรดพิมพ์เอกสารทั้งหมดเตรียมไว้สำหรับวันเดินทางต่อไป

 

การกักกันเฝ้าระวังโรค

ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยตามข้อยกเว้นของ กพทจะต้องเข้ารับการกักกันเฝ้าระวังโรค (State Quarantine) ในสถานที่ที่รัฐกำหนดเป็นเวลา 14 วัน

(1)  พื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐ (State Quarantine)  

คนไทยที่เดินทางเข้าประเทศไทยจะต้องยอมเข้ารับการกักกันเฝ้าระวังโรค (State Quarantine) ในสถานที่ที่รัฐกำหนดเป็นเวลา 14 วัน อย่างไม่มีข้อยกเว้น โดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่พัก อาหารและการตรวจสุขภาพ

(2)  พื้นที่ควบคุมโรคแห่งรัฐทางเลือก (Alternative State Quarantine – ASQ)

หากท่านประสงค์จะเข้าพักในสถานที่ควบคุมโรคของรัฐทางเลือก (ASQ) เพื่อกักตัวและเฝ้าระวังโรคเป็นเวลา 14 วัน ซึ่งจะต้องรับผิดชอบจัดหาสถานที่จากรายชื่อที่ผ่านการรับรองจากทางการและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ขอให้ติดต่อจองห้องพักกับ ASQ โดยตรง และขอหลักฐานการจองที่พัก เพื่อประกอบการขอหนังสือรับรอง (COE) ต่อไป

ขั้นตอนในการจองห้องพักกับ รร. ASQ

1. ให้จองห้องพักตรงกับโรงแรมฯ เมื่อทราบวันที่เดินทางถึงประเทศไทย หรือสามารถจองผ่านเว็บไซต์ https://www.agoda.com/quarantineth
2. โรงแรมฯ จะแจ้งไปหน่วยงานที่ท่าอากาศยานทราบและจะส่งรถมารับที่ท่าอากาศยาน (ร.พ. คู่สัญญาจะเป็นผู้มาตรวจสุขภาพ และรักษาหากมีอาการเจ็บป่วย)
3. เมื่อจองห้องพักกับ ASQ เรียบร้อยแล้ว ให้นำหลักฐานการสำรองที่พัก อัพโหลดลงในระบบ เพื่อขอหนังสือรับรอง (COE)

รายชื่อโรงแรมที่ผ่านการตรวจประเมิน ASQ โดยกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงกลาโหม สามารถสืบค้นรายชื่อ และรายละเอียดที่ปรับเพิ่ม ได้ที่

 

สรุปขั้นตอนการปฏิบัติสำหรับผู้เดินทาง

สามารถให้สมาชิกในครอบครัวที่เป็นชาวต่างชาติเข้ากักตัวที่ SQ ด้วยกันได้หรือไม่

การกักตัวที่ SQ เป็นสวัสดิการที่รัฐบาลไทยจัดให้กับบุคคลสัญชาติไทยเท่านั้น หากบุตรยังไม่มีสูติบัตรไทยและหนังสือเดินทางไทย ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่หนังสือเดินทางไทย สำหรับคู่สมรสชาวต่างชาติโปรดศึกษาข้อมูลการขอวีซ่าและเอกสารรับรอง COE ที่นี่ (Link) และต้องเข้าพักที่ ASQ เท่านั้น

ใบรับรองแพทย์ (Fit-to-Fly health certificate)

ท่านต้องจัดหาใบรับรองแพทย์ (Fit-to-Fly health certificate) ที่แพทย์ออกให้ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทางจากสหรัฐฯ เพื่อยื่นให้แก่สายการบินขาออกจากประเทศ

คำแนะนำสถานพยาบาลที่อาจขอใบรับรองแพทย์ได้
– https://thaiembdc.org/wp-content/uploads/2020/06/คำแนะนำในการขอใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทาง.pdf  และ

– https://thaiembdc.org/wp-content/uploads/2020/03/รายชื่อแพทย์ที่สามารถออกใบรับรอง-Fit-To-Fly-010420.pdf

ตัวอย่างแบบฟอร์มใบรับรองแพทย์ (Fit to Fly Health Certificate form)

ซึ่งท่านสามารถดาวน์โหลดได้ที่ F2F form or F2F-Form (1)

ตัวอย่างเอกสารที่ไม่ใช่แบบฟอร์มใบรับรองแพทย์ (Fit to Fly Health Certificate form)

 

แบบฟอร์ม ต.8
 

ดาวน์โหลดและกรอกแบบฟอร์ม ได้ที่ [แบบฟอร์ม ต.8]  หรือลงทะเบียนผ่านระบบ phone application ของท่าอากาศยานไทย (AOT)  https://aot-app.kdlab.ai/ เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย ผู้เดินทางต้องยื่นแบบฟอร์ม ต.8 ก่อนเข้าประเทศ [อ่านประกาศ]

 

เอกสารที่ใช้ในการเดินทางและข้อแนะนำ
 

เมื่อถึงวันเดินทางให้นำเอกสารดังต่อไปนี้  (ขอให้พิมพ์ hardcopy ของเอกสารทุกฉบับติดตัวไปด้วย)  พร้อมสัมภาระไปเช็คอินเพื่อออกเดินทางตามปกติ โปรดเดินทางไปสนามบินล่วงหน้าก่อน เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

1)  หนังสือเดินทางไทย หรือหนังสือสำคัญประจำตัว (C.I.)
2)  หนังสือรับรองการเดินทาง (COE) ที่ออกโดยสถานเอกอัครราชทูตฯ /สถานกงสุลใหญ่ฯ
3)  ใบรับรองแพทย์ (Fit-to-Fly health certificate)
4)  ใบ ต.8 หรือใช้ ระบบ phone application

หากหนังสือเดินทางหมดอายุ

กรุณาติดต่อสถานทูตฯ/สถานกงสุลใหญ่ฯ ที่ดูแลเขตอาณาของท่าน ล่วงหน้าเพื่อขอรับหนังสือสําคัญประจําตัว (Certificate of Identity หรือ C.I.)

ข้อแนะนำการเตรียมสัมภาระเดินทาง

ผู้ที่เดินทางเป็นหมู่คณะควรเตรียมสัมภาระเดินทางแยกรายบุคคล เนื่องจากรัฐบาลไทยจะจัดห้องกักกันตัวเพื่อควบคุมโรคแยกห้อง (ยกเว้นกรณีเด็กเล็ก) จึงอาจทำให้เกิดความไม่สะดวกหากท่านต้องหยิบสัมภาระของท่านจากกระเป๋าของผู้โดยสารท่านอื่นเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย

หากท่านมีโรคประจำตัวหรือปัญหาสุขภาพ

เพื่อให้รัฐบาลไทยจัดเตรียมการอำนวยความสะดวกแก่ทุกท่านที่เดินทางถึงประเทศไทยได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ขอความร่วมมือท่านแจ้งเจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตฯ / สถานกงสุลใหญ่ฯ หากท่านมีโรคประจำตัวหรือปัญหาสุขภาพที่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขไทยควรทราบเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง (1) ผู้ป่วยอาการสาหัส อาทิ โรคมะเร็ง (2) ผู้มีอาการป่วยทางจิต (3) หญิงตั้งครรภ์ใกล้คลอด 3 วันก่อนการเดินทาง โดยขอความร่วมมือแจ้งข้อมูลประวัติการรักษาที่โรงพยาบาลในประเทศไทย (หากมี) ด้วย

 

 

ช่องทางการติดต่อสถานทูตฯ หรือสถานกงสุลใหญ่

เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการดำเนินการ ขอให้ผู้เดินทางติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ หรือสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบพื้นที่ที่ท่านพำนักอยู่ ดังนี้

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน legalization@thaiembdc.org
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก thaiid@thaiconsulatechicago.org
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส info@thaiconsulatela.org
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก info@thaicgny.com

 

Royal Thai Consulate-General, Los Angeles

Royal Thai Consulate-General, Los Angeles